Archive for ตาย

‘เด็กจมน้ำ’ ภัยร้ายที่ป้องกันได้!?

daily1.jpgdaily21.jpgdaily3.jpg

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดประชุมเวทีนโยบายสาธารณะ เผยข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการจมน้ำของเด็ก เพื่อระดมสมองคิดหามาตรการป้องกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน หลังจากพบสถิติน่าใจหาย…เด็กไทยจมน้ำตายมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง !!
 
และที่น่าตกตะลึงไปกว่านั้น แค่เพียงอ่างน้ำ กะละ มัง ซึ่งมีระดับน้ำตื้น ๆ เพียง 1-2 นิ้ว ก็นับเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กไทยเสียชีวิตด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กที่มีอายุระหว่าง 1-4 ขวบ 
 
นายแพทย์ปราชญ์    บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระ ทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสาเหตุการจมน้ำของเด็กไทยในแต่ละช่วงวัย เปรียบเทียบการจมน้ำของเด็กในต่างประเทศ สถิติการเสียชีวิตของเด็กวัย ต่าง ๆ อันเนื่องมาจากการจมน้ำ ปัจจัยแวดล้อมที่ก่อให้เกิดปัญหา รวมถึงแนวทางป้องกันการจมน้ำของเด็กว่า
 
การจมน้ำ นับเป็นรูปแบบหนึ่งของการตายโดยการขาดอากาศ เนื่องจากอากาศในปอดถูกแทนที่ด้วยน้ำหรือ  ของเหลว ในแต่ละปีมีเด็ก เป็นพันคนที่จมน้ำจากการที่ ไม่ตระหนักถึงอันตรายที่สามารถเกิดขึ้นได้จากน้ำ เด็กเหล่านั้นลงไปในสระน้ำ และแม่น้ำ โดยที่ไม่รู้ระดับความลึกของน้ำ การจมน้ำเกิดขึ้นบ่อยมากในบ่อน้ำ ทะเลสาบ แม่น้ำ รวมทั้งในสระน้ำ และอ่างน้ำ นอกจากนี้ยังพบว่า อ่างน้ำนับเป็นจุดเสี่ยงของการเกิดการเสียชีวิตของเด็ก และเด็กทารก เพราะเด็กเล็กสามารถจมน้ำได้ในน้ำที่มีระดับเพียง 1-2 นิ้ว เนื่องจากเด็กเล็กส่วนใหญ่ไม่เข้าใจอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากแหล่งน้ำนั้นนั่นเอง
 
ปัญหาการจมน้ำ ถือเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญที่ทำให้เด็กทั่วโลกที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีบาดเจ็บและเสียชีวิตถึงร้อยละ 57 โดยพบที่ประเทศไทยมากกว่าร้อยละ 30 ขณะที่สหรัฐอเมริกาพบร้อยละ 23 ที่ออสเตรเลียร้อยละ 18 แต่ละปีของทั่วโลกมีเด็กที่เสียชีวิตจากการจมน้ำประมาณ 230,000 คน ในจำนวนนี้ 2 ใน 3 ว่ายน้ำไม่เป็น พบมากที่สุดในเด็กอายุ 1 ขวบ
 
สำหรับ การจมน้ำของเด็กไทย นับเป็นปัญหาสำคัญอันดับหนึ่งที่ทำให้เด็กเกิดการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต ในแต่ละปีมีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ถึงกว่า 1,500 คน หรือเฉลี่ยวันละ 4 คน ที่ต้องจมน้ำเสียชีวิตทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติ (บ่อน้ำ ทะเลสาบ แม่น้ำ) สระว่ายน้ำ และอ่างน้ำภายในบ้าน และเมื่อเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตในทุกสาเหตุจะพบว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิต ซึ่งสูงกว่าโรคติดเชื้อและโรคไม่ติดเชื้อ และสูงมากกว่าอุบัติเหตุจราจรถึง 2 เท่าตัว โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบอัตราการเสียชีวิตของเด็กมากที่สุด รองลงมาคือ ภาคกลาง ภาคเหนือและภาคใต้ เพศชายเสียชีวิตมากกว่า    เพศหญิง 2-5 เท่า และพบว่า ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เป็นช่วงที่พบเด็กจมน้ำมากที่สุด
 
จากการศึกษาการจมน้ำของเด็กในแต่ละพื้นที่จะพบว่า ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการจมน้ำมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับโครงการสิ่งแวดล้อม วิธีการดูแลเด็ก และวัฒนธรรมของแต่ละท้องที่ อาทิ ความเผอเรอ ชั่วขณะของผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล มักพบในเด็กที่มีอายุระหว่าง 6 เดือนถึง 4 ขวบ เนื่องจากเด็กไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ผู้ดูแลต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ต้องไม่ให้คลาดสายตาจากเด็กแม้เพียงชั่วขณะ เช่น ไปรับโทรศัพท์ ล้างจาน ตากผ้า หรือเผลองีบหลับ
 
การคิดไม่ถึงว่าละแวกบ้านที่อยู่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็ก ก็นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดการจมน้ำ โดยพบในเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1-14 ปี เนื่องจากผู้ดูแลคิดว่าสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ บ้าน หรือในละแวกบ้านไม่น่าจะมีอันตรายใด ๆ จึงอนุญาตให้เด็กวิ่งเล่นนอกบ้านได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการพลัดตกน้ำ ฯลฯ
 
สำหรับข้อเสนอแนะ และมาตรการในการป้องกันการจมน้ำของเด็ก ทางกลุ่มป้องกันการบาดเจ็บ สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรคฯ เปิดเผยว่า เบื้องต้นควรมีหน่วยงาน หรือองค์กรที่รับผิดชอบดูแลดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางน้ำโดยตรง ขณะเดียวกัน ผู้ปก ครองหรือผู้ดูแลเด็ก ควรให้การดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดขณะเด็กอยู่ในแหล่งน้ำ หรือใกล้แหล่งน้ำ ไม่ว่าเด็กจะมีอายุเท่าไรก็ตาม ต้องไม่ปล่อยให้อยู่ตามลำพัง ไม่ควรอนุญาตให้เด็กไปว่ายน้ำในแหล่งน้ำที่ไม่คุ้นเคย  หรือหากเป็นไปได้ควรสอนเด็กให้ว่ายน้ำ หรือใช้ชูชีพในการเล่นน้ำ ฝึกฝนให้ว่ายน้ำเป็น  ต่อเนื่องไปถึงการรู้จักวิธีการช่วยเหลือคนจมน้ำ และเล่นกีฬาทางน้ำอย่างปลอดภัย
 
แม้ปัจจุบันจะมีหน่วยงานหลายหน่วยงาน พยายามดำเนินมาตรการที่จะลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กที่มีอายุระหว่าง 10-18 ปี อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุจราจรซึ่งมีมากมายในแต่ละปี แต่จากข้อมูลนี้ก็แสดงให้เห็นว่า การจมน้ำนับเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีต้องเสียชีวิตมากเช่นกัน
 
หันมาร่วมมือร่วมใจป้องกันไม่ให้เกิดการจมน้ำในเด็กเสียแต่วันนี้ เพื่อยุติภัยร้าย…การจมน้ำในเด็ก มหันตภัยที่ป้องกันได้หากทุกคนร่วมมือกัน.

ศิริรัตน์ สาโพธิ์สิงห์

Daily News Online

Leave a comment »

“จมน้ำตาย”มฤตยูเงียบในเด็ก!

415648cmyk1.jpg415643cmyk1.jpg415646cmyk1.jpg

รูปถ่ายเด็กหญิงวัย 4 ขวบ กำลังน่ารักน่าชัง รูปร่างสมบูรณ์ สวมห่วงยางสีชมพูรูปการ์ตูนยืนโพสท่าโปรยยิ้มหวานอยู่หน้าซองปูนบรรจุร่างผู้เสียชีวิตในป่าช้าวัดริมน้ำแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ทำให้ผู้พบเห็นอดเศร้าตามไปด้วยไม่ได้

วันหนึ่งเมื่อ10 ปีก่อน เด็กหญิงวัยกำลังน่ารักรายนี้อยู่บ้านริมน้ำกับพี่ชายวัยไม่เต็ม 10 ขวบเพียงลำพัง เพราะพ่อแม่ออกไปทำธุระนอกบ้านจึงมอบความไว้วางใจให้พี่ชายช่วยดูแลน้องสาว แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น เด็กหญิงก็กลายเป็นศพลอยน้ำอยู่ห่างจากบ้านไม่กี่สิบเมตร!

ความโศกเศร้าจากการสูญเสียลูกสาวคนเดียวของครอบครัวนี้ยังถือว่าโชคดีกว่าอีกหลายครอบครัวที่ต้องสูญเสียลูก 2-3 คนไปในคราวเดียวกันเหมือนครอบครัว “ใบไม้” เมื่อ 3 เดือนก่อน

รองเท้าแตะที่ถอดทิ้งไว้ริมคลองระบายน้ำหมู่ 7 ต.ยางซ้ายอ.เมือง จ.สุโขทัย เป็นหลักฐานเดียวที่ทำให้รู้ว่า เด็กหญิงวัย 6 ขวบน้องชายวัย 3 ขวบ และเพื่อนชายวัย6 ขวบแอบหนีมาเล่นน้ำ และกลายเป็นโศกนาฏกรรม 3 ศพ กอดกันกลมจมอยู่ใต้คลองระบายน้ำนั่นเอง

จากกรณีเด็กจมน้ำ 3 ศพ ที่ จ.สุโขทัย ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความตื่นตัวด้านสาธารณสุขของไทย จัดประชุมเวทีสาธารณะเชิญทุกฝ่ายมาร่วมปรึกษาหารือถึงมาตรการลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กไทยจากการจมน้ำ ที่เป็นสถิติการตายอันดับ 1 ของเด็กไทย เฉลี่ยวันละ 7 คน!

“ทุกปีมีเด็กคลอดใหม่ปีละประมาณ 8 แสนคน แต่เด็กไทยกลับว่ายน้ำเป็นน้อยมาก เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ว่ายน้ำเป็นเพียง 16.3% โดยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่ภาคอีสานเสียชีวิตมากที่สุด เพราะหนองน้ำเยอะ อากาศร้อน น้ำเชี่ยว รองลงมา คือ ภาคกลาง ซึ่งเป็นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ภาคเหนือและภาคใต้ตามลำดับ” นพ.เสรีหงษ์หยก รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สะท้อนปัญหาการเสียชีวิตของเด็กอันดับ 1 ของไทย

สาเหตุสำคัญของปัญหาการจมน้ำของเด็กไทยถูกมองว่า เป็นเพราะสภาวะเศรษฐกิจ ความยากจน ปัญหาการหย่าร้าง ทำให้เด็กขาดการดูแล และตระหนักถึงภัยใกล้ตัว โดยเฉพาะเรื่อง “น้ำ” จึงทำให้เด็กจำนวนไม่น้อย ต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

โดยทุก3 ชั่วโมงจะมีเด็ก 1 คนจมน้ำตาย ในประเทศไทยการจมน้ำเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในเด็กอายุ 1-17 ปี ทุกปีจะมีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำเกือบ 2,650 คน ขณะที่เด็กอีก 3,000 รายเกือบเสียชีวิตจากการจมน้ำ ที่สำคัญในเด็กอายุ 1-4 ขวบ เกือบครึ่งหนึ่งเสียชีวิตจากการจมน้ำ

การจมน้ำส่วนใหญ่เกิดกับเด็กชนบทเกิดขึ้นระหว่างวันที่แม่ยุ่งอยู่กับการทำงาน จนไม่มีเวลาดูแลเด็ก ประกอบกับไม่คาดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น อย่างไรก็ตาม มากกว่าครึ่งหนึ่งของการเสียชีวิตจากการจมน้ำ เกิดขึ้นห่างจากบ้านเด็กในระยะ 100 เมตร เกือบ 3 ใน 4 ของการจมน้ำเกิดขึ้นบริเวณ 100 เมตรจากบ้านเด็ก และ 2 ใน 5 เกิดในระยะแค่ 10 เมตร

ในจำนวนผู้จมน้ำมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ เด็กเหล่านี้ยังเล็กเกินไปที่จะเรียนว่ายน้ำ จึงจำเป็นต้องเพิ่มการดูแลให้มากขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันเด็กจมน้ำ โดยเฉพาะทารกที่กำลังหัดเดิน ควรอยู่ในสายตาของมารดาอย่างใกล้ชิด

เด็กผู้ชายจะเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิง 2.5 เท่า เพราะธรรมชาติของเด็กผู้ชายจะซุกซน ชอบเที่ยวเล่นไปเรื่อย ส่วนใหญ่เกิดฤดูร้อน เวลาบ่ายๆ ช่วงปิดภาคเรียน ซึ่งผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแล” น.พ.เสรี ย้ำพร้อมแนะนำว่า หากเด็กไทยทุกคนว่ายน้ำเป็น จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กไทยได้

ในขณะที่ศ.นพ.จิตรสิทธิอมร ผอ.รพ.เซ็นต์หลุยส์ มองว่า รัฐบาลควรกำหนดเป็นนโยบายเลยว่า เด็กที่มีอายุ 5 ขวบขึ้นไปต้องว่ายน้ำเป็น100 เปอร์เซ็นต์ ควรคิดวางแผนโครงการต่างๆ ขึ้นมา เพื่อให้เด็กไทยว่ายน้ำเป็น

เราฉีดวัคซีนให้เด็กป้องกันโรคติดเชื้อ กลับกลายเป็นว่าเด็กไม่ป่วยตายแต่ต้องมาจมน้ำตาย เท่ากับเป็นการลงทุนที่เสียเปล่า เด็กเราว่ายน้ำไม่เป็น เราต้องรณรงค์เรื่องการว่ายน้ำ เสมือนเป็นฉีดวัคซีนทางสังคม” ศ.นพ.จิตรแนะนำ

แต่สำหรับผศ.นพ.อดิศักดิ์ผลิตผลการพิมพ์ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็กภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวสรุปการประชุมเวทีสาธารณะ เพื่อระดมความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุและแนวทางแก้ปัญหาเด็กจมน้ำ ว่า เด็กเล็กจมน้ำเสียชีวิต เกิดจากพ่อแม่ไม่ตระหนักถึงภัยใกล้ตัวนี้ ควรมีการให้ข้อมูลหลายทางผ่านสื่อต่างๆ ต้องรู้ว่า กะละมัง ถังน้ำ เป็นของเสี่ยง ขณะเดียวกัน สมุดวัคซีน-สมุดประจำตัวเด็ก ควรแนะนำเรื่องความปลอดภัยจากน้ำด้วย

นอกจากนี้พ่อแม่บางคนปล่อยให้เด็กวัย 3-5 ขวบ วิ่งเล่นในที่ลับตา จำเป็นต้องให้ความรู้ เพราะเด็กวัยนี้ไม่รับรู้ถึงความเสี่ยง แม้จะรับฟังคำสั่ง แต่อาจลืม โดยเด็กอายุน้อยกว่า 6 ขวบไม่ควรปล่อยให้คลาดสายตา จัดการสิ่งแวดล้อม มีบ่อน้ำต้องล้อมรั้ว ส่วนเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป ต้องว่ายน้ำเป็น ต้องมีการลงทุนเพิ่มทักษะชีวิต กระทรวงศึกษาควรจัดหลักสูตรสอนว่ายน้ำ การกู้ชีพ และการช่วยเหลือผู้จมน้ำ ซึ่งต้องทำได้ตอนอายุ  9 ขวบ

ที่ผ่านมาหลายโรงเรียนเคยทำสระน้ำเคลื่อนที่ โดยงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น อบต. ควรมีโครงการต่างๆ เช่น 1 สระน้ำ 1 อบต. หรือ อบต.ปลอดเด็กจมน้ำ ฯลฯ เหมือน กทม.ที่มีโครงการ “ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำได้ปลอดภัย” ซึ่งโรงเรียนในสังกัดกทม.ทุกแห่ง ต้องสอนนักเรียนชั้น ป.6 ให้ว่ายน้ำเป็นทุกคน

“การจมน้ำเหมือนเชื้อโรค มีความเสี่ยง ซึ่งเราจัดการความเสี่ยงให้ได้ ป้องกันได้”

ในขณะที่การจมน้ำเป็นสาเหตุการตายอันดับ1 ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี แต่กลับได้รับความสนใจน้อยมาก สาเหตุหนึ่งมาจากเมื่อเด็กจมน้ำมักจะตายเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีบาดเจ็บ หรือพิการ แตกต่างจากอุบัติเหตุ ผู้คนจึงไม่ให้ความสำคัญ 

จะต้องรอให้เด็กจมน้ำตายอีกกี่ศพจึงจะหันมาให้ความสำคัญกับมฤตยูเงียบชนิดนี้

ทีมข่าวรายงานพิเศษ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Leave a comment »